คำเตือนสูงสุด! อย่าเก็บ "ถุงยางอนามัย" ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ภัยเงียบที่ผู้ชายไม่รู้ตัว

คำเตือนสูงสุด! อย่าเก็บ "ถุงยางอนามัย" ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ภัยเงียบที่ผู้ชายไม่รู้ตัว

คำเตือนสูงสุด! อย่าเก็บ "ถุงยางอนามัย" ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ภัยเงียบที่ผู้ชายไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คำเตือนสูงสุด! อย่าเก็บ "ถุงยางอนามัย" ไว้ในกระเป๋าสตางค์ ภัยเงียบที่ผู้ชายไม่รู้ตัว 

คุณเคยเห็นคนใกล้ตัว (หรือตัวเอง) ที่มีกระเป๋าสตางค์ตุงๆ ไม่ใช่เพราะเงินเยอะ แต่เพราะพก "ถุงยางอนามัย" ติดตัวไว้ตลอดเวลาไหม? หลายคนคิดว่านี่คือการ "เตรียมพร้อม" ที่ชาญฉลาด แต่ความจริงแล้ว นิสัยนี้กำลังทำให้คุณและคู่รักเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

ทำไมกระเป๋าสตางค์ถึงไม่ใช่ที่อยู่ของถุงยาง?

ถุงยางส่วนใหญ่ทำจาก ยางธรรมชาติ (Natural Rubber Latex) ซึ่งอ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อมมาก กระเป๋าสตางค์มีศัตรูตัวฉกาจ 3 อย่างคือ: ความร้อน, การเสียดสี และการกดทับ

  1. ความร้อน: การใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ในกางเกง อุณหภูมิจากร่างกายจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วขึ้น กรอบ และแตกง่าย

  2. การเสียดสี: การเปิด-ปิดกระเป๋าบ่อยๆ ทำให้ซองถุงยางถูกเสียดสีจนเกิดรอยฉีกขาดเล็กๆ ที่มองไม่เห็น ส่งผลให้อากาศและแบคทีเรียเข้าไปทำลายคุณภาพยาง

  3. การกดทับ: เหรียญ บัตรเครดิต หรือกุญแจในกระเป๋า จะกดทับซองถุงยางจนเกิดรูรั่ว หรือทำให้เนื้อยางบางลงจนเป็นจุดอ่อน

ในรถก็ห้ามเก็บ!

บางคนเลือกเก็บไว้ในลิ้นชักหน้ารถหรือคอนโซลกลาง ซึ่งอันตรายพอกัน:

  • หน้าร้อน: อุณหภูมิในรถที่จอดตากแดดอาจสูงเกิน 50 องศาเซลเซียส ซึ่งฆ่าประสิทธิภาพของถุงยางได้ทันที

  • หน้าหนาว: อากาศที่เย็นจัดเกินไปก็ทำให้ยางเปราะ

  • แสงแดด: รังสียูวีทำลายโครงสร้างของลาเท็กซ์โดยตรง

วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง

หลักการง่ายๆ คือ: เย็น, แห้ง และพ้นแสง

  • ที่ที่เหมาะสม: ลิ้นชักหัวเตียง, ตู้เสื้อผ้า หรือตู้กระจกในห้องน้ำ (ที่ไม่ชื้นเกินไป)

  • ถ้าต้องพกติดตัว: ควรใส่เฉพาะวันที่คิดว่าจะได้ใช้ หรือใช้ "กล่องพกพา" ที่เป็นโลหะหรือพลาสติกแข็งเพื่อป้องกันการกดทับและเสียดสี ไม่ควรแช่ไว้ในกระเป๋าสตางค์เกิน 1 สัปดาห์

เช็กก่อนใช้...อย่าฝากชีวิตไว้กับดวง

ก่อนใช้งานเสียเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพื่อเช็ก 3 อย่างนี้:

  1. ดูซอง: มีรอยถลอก รูรั่ว หรือสีซีดไหม?

  2. ลองสัมผัส: บีบซองเบาๆ ต้องรู้สึกว่ามี "ฟองอากาศ" อยู่ข้างใน (ถ้าบีบแล้วแฟบ แสดงว่ารั่ว) และต้องสัมผัสได้ถึงความลื่นของสารหล่อลื่น

  3. ดมกลิ่น: ถ้ามีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นยางฉุนผิดปกติ แสดงว่าเสื่อมสภาพ

อย่าเสียดายเงินไม่กี่บาทแล้วแลกกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ หากไม่มั่นใจในสภาพการเก็บรักษา "ทิ้งแล้วเปลี่ยนใหม่" ปลอดภัยที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล